ความจริงแล้วมีหลายสี ฟ้า ชมพู เขียว เหลือง [Room no.2] […] เราส่งสีชมพูไปแต่เขาไม่รับเพราะมันใกล้กับสีแดง กลัวจะโยงไปถึง red light district […] แล้วส่งสีอะไรไป […] สีขาว […] (หัวเราะ) […] บนปกเป็นชื่อเล่นของคนที่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพ แล้วก็ไม่ได้ใส่ที่อยู่ในแบบที่คนไปตามหาได้ […] ถ้าเปิดเลยครึ่งเล่มไปจะมีฮินท์ของสัตว์เลี้ยง พัดลม หรือทีวีที่เปิดทิ้งไว้ เพราะเป็นที่ที่มีคนอยู่จริงๆ […] อืมๆ ภาพมันไม่มีคนอยู่เลย […] ทำไมถึงทำให้เป็นสีขาวดำและแต่งภาพแบบนี้เหรอ […] เราเข้าใจว่าเขาต้องการให้มองไปที่เนื้อหา และคุมให้ภาพเป็นกลางๆ ไม่คอนทราสต์เพื่อที่จะไม่ได้เน้นหรือเลือกที่จะให้เพ่งดูที่จุดไหนเป็นพิเศษ […] การใช้สีมันทำให้เรามองเห็นอย่างอื่นมากกว่าเนื้อหา เท่าที่เคยอ่านเกี่ยวกับทฤษฎีภาพถ่ายมาน่ะ […] จากตอนเริ่มถ้าเปิดไปเรื่อยๆ จะสังเกตเห็นว่ามีแต่แสงจากหลอดไฟ แต่พอถึงภาพที่ 54 i like sunny day wardrobe ภาพถัดไปถึงมีแสงธรรมชาติเข้ามา […] มีเรื่องการเมืองแทรกด้วยคือรูปเสื้อทีมฟุตบอลของเด็ก ภาพของราชวงศ์ ถุงพระราชทาน นักการเมือง อะไรพวกนี้ […] ชอบคำถามนะ ที่ถามว่าบรรณาธิการภาพทำหน้าที่อะไร ไม่ค่อยมีคนมาถามเรื่องนี้ […] เบิ้ลให้โจทย์เราเล่าเรื่องขึ้นมาใหม่จากวัตถุดิบที่เขามีอยู่จากการถ่ายทำภาพยนตร์ [In process of time | เมื่อหันมองย้อนไป | Soil Without Land] […] มันเล่าในแบบที่ต่างจากหนังเลยใช่มั้ยคะพี่ […] ใช่ เราเอาภาพมานั่งไล่ดูทั้งหมด และจัดการมันใหม่ โดยทำงานร่วมกับนักออกแบบกราฟิก ซึ่งนอกจากการพยายามเล่าเรื่องแล้ว ก็ต้องดูเรื่องเชิงเทคนิคด้วย การวางภาพสีหรือขาวดำให้ลงตามยกที่นักออกแบบวางแผนไว้ […] ชอบที่เอาข้อนี้ในรัฐธรรมนูญเข้ามาไว้ตรงนี้ กับภาพของบรรยากาศการฉายหนังจากที่มีคนเต็มพื้นที่ แล้วก็ตัดเป็นภาพว่างเปล่า […] เอาพวกนี้ไปอ่านมั้ย เราน่าจะทำโปรเจกต์แลกหนังสือกัน […] ดีเลยพี่ ขอบคุณมาก น่าสนใจทั้งนั้นเลย [Photography’s Neoliberal Realism] โดยเฉพาะเล่มนี้ ชื่อมันน่าสนใจดีนะคะ Neoliberal Realism {เขียนโดย ยอร์ก โคลแบร์ก (Jörg Colberg) เปรียบเทียบภาพถ่ายในยุคเสรีนิยมใหม่ของโลกทุนนิยมปัจจุบันกับภาพถ่าย Socialist Realism ของโซเวียตหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เข้าใจว่าศิลปะโซเวียตในยุคนั้นเน้นการนำเสนอภาพของมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบในโลกสังคมนิยม ที่ไม่ได้พูดถึงอะไรมากไปกว่าสิ่งที่นำเสนอ ส่วนภาพภายใต้ Neoliberal Realism คล้ายกันตรงที่มันก็ไม่ได้บอกอะไรเช่นกัน เป็นภาพสมบูรณ์แบบที่เรียบง่ายไม่ได้ชวนคิดต่อ เช่นงานภาพถ่ายโฆษณาของแอนนี ลีเบอวิตซ์ (Annie Leibovitz) ที่สะท้อนค่านิยมปลอมเปลือกทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่น่ากลัวของความจริงแบบเสรีนิยมใหม่ ที่คนอาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ}  [Migrant Mother, Migrant Gender]  [dynamics of the photobooks market] […] ความจริงไม่ได้รู้จักเกี่ยวกับรัฐฉานมากเท่าไหร่ […] เพิ่งเริ่มที่จะปะติดปะต่อเมื่อไม่นานมานี้หลังจากดู American Gangster ใน Netflix ที่เดนเซล วอชิงตัน ไปดีลซื้อเฮโรอีนกับผู้นำกองทัพก๊กมินตั๋งที่มีนายพลหลีหมี่เป็นผู้นำ ตั้งอยู่แถบชายแดนไทยพม่า ราวๆ ยุค 70 ((บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ)) […] ไปอ่านมาเพิ่มเติมมันมีช่วงที่นายพลหลีหมี่ไปตั้งทัพอยู่บริเวณรัฐฉานด้วย […] เห็นโลโก้ซองเฮโรอีนในหนังแล้วจำได้ว่าเป็นโลโก้ที่พี่เดื่องเอามาทำกระเป๋าแป้ง [Tote Bag // Double Thamanan Brand 100% แป้ง] […] แป้งมันทำไมเหรอ […] แป้งเป็นคำเรียกเฮโรอีนน่ะ มีรัฐมนตรีที่เคยถูกจับที่ออสเตรเลียจากคดีค้าเฮโรอีน แต่เขาออกมาปฏิเสธว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่เขาขนไปคือแป้ง

ความจริงแล้วมีหลายสี ฟ้า ชมพู เขียว เหลือง [Room no.2] […] เราส่งสีชมพูไปแต่เขาไม่รับเพราะมันใกล้กับสีแดง กลัวจะโยงไปถึง red light district […] แล้วส่งสีอะไรไป […] สีขาว […] (หัวเราะ) […] บนปกเป็นชื่อเล่นของคนที่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพ แล้วก็ไม่ได้ใส่ที่อยู่ในแบบที่คนไปตามหาได้ […] ถ้าเปิดเลยครึ่งเล่มไปจะมีฮินท์ของสัตว์เลี้ยง พัดลม หรือทีวีที่เปิดทิ้งไว้ เพราะเป็นที่ที่มีคนอยู่จริงๆ […] อืมๆ ภาพมันไม่มีคนอยู่เลย […] ทำไมถึงทำให้เป็นสีขาวดำและแต่งภาพแบบนี้เหรอ […] เราเข้าใจว่าเขาต้องการให้มองไปที่เนื้อหา และคุมให้ภาพเป็นกลางๆ ไม่คอนทราสต์เพื่อที่จะไม่ได้เน้นหรือเลือกที่จะให้เพ่งดูที่จุดไหนเป็นพิเศษ […] การใช้สีมันทำให้เรามองเห็นอย่างอื่นมากกว่าเนื้อหา เท่าที่เคยอ่านเกี่ยวกับทฤษฎีภาพถ่ายมาน่ะ […] จากตอนเริ่มถ้าเปิดไปเรื่อยๆ จะสังเกตเห็นว่ามีแต่แสงจากหลอดไฟ แต่พอถึงภาพที่ 54 i like sunny day wardrobe ภาพถัดไปถึงมีแสงธรรมชาติเข้ามา […] มีเรื่องการเมืองแทรกด้วยคือรูปเสื้อทีมฟุตบอลของเด็ก ภาพของราชวงศ์ ถุงพระราชทาน นักการเมือง อะไรพวกนี้ […] ชอบคำถามนะ ที่ถามว่าบรรณาธิการภาพทำหน้าที่อะไร ไม่ค่อยมีคนมาถามเรื่องนี้ […] เบิ้ลให้โจทย์เราเล่าเรื่องขึ้นมาใหม่จากวัตถุดิบที่เขามีอยู่จากการถ่ายทำภาพยนตร์ [In process of time | เมื่อหันมองย้อนไป | Soil Without Land] […] มันเล่าในแบบที่ต่างจากหนังเลยใช่มั้ยคะพี่ […] ใช่ เราเอาภาพมานั่งไล่ดูทั้งหมด และจัดการมันใหม่ โดยทำงานร่วมกับนักออกแบบกราฟิก ซึ่งนอกจากการพยายามเล่าเรื่องแล้ว ก็ต้องดูเรื่องเชิงเทคนิคด้วย การวางภาพสีหรือขาวดำให้ลงตามยกที่นักออกแบบวางแผนไว้ […] ชอบที่เอาข้อนี้ในรัฐธรรมนูญเข้ามาไว้ตรงนี้ กับภาพของบรรยากาศการฉายหนังจากที่มีคนเต็มพื้นที่ แล้วก็ตัดเป็นภาพว่างเปล่า […] เอาพวกนี้ไปอ่านมั้ย เราน่าจะทำโปรเจกต์แลกหนังสือกัน […] ดีเลยพี่ ขอบคุณมาก น่าสนใจทั้งนั้นเลย [Photography’s Neoliberal Realism] โดยเฉพาะเล่มนี้ ชื่อมันน่าสนใจดีนะคะ Neoliberal Realism {เขียนโดย ยอร์ก โคลแบร์ก (Jörg Colberg) เปรียบเทียบภาพถ่ายในยุคเสรีนิยมใหม่ของโลกทุนนิยมปัจจุบันกับภาพถ่าย Socialist Realism ของโซเวียตหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เข้าใจว่าศิลปะโซเวียตในยุคนั้นเน้นการนำเสนอภาพของมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบในโลกสังคมนิยม ที่ไม่ได้พูดถึงอะไรมากไปกว่าสิ่งที่นำเสนอ ส่วนภาพภายใต้ Neoliberal Realism คล้ายกันตรงที่มันก็ไม่ได้บอกอะไรเช่นกัน เป็นภาพสมบูรณ์แบบที่เรียบง่ายไม่ได้ชวนคิดต่อ เช่นงานภาพถ่ายโฆษณาของแอนนี ลีเบอวิตซ์ (Annie Leibovitz) ที่สะท้อนค่านิยมปลอมเปลือกทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่น่ากลัวของความจริงแบบเสรีนิยมใหม่ ที่คนอาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ} [Migrant Mother, Migrant Gender]  [dynamics of the photobooks market] […] ความจริงไม่ได้รู้จักเกี่ยวกับรัฐฉานมากเท่าไหร่ […] เพิ่งเริ่มที่จะปะติดปะต่อเมื่อไม่นานมานี้หลังจากดู American Gangster ใน Netflix ที่เดนเซล วอชิงตัน ไปดีลซื้อเฮโรอีนกับผู้นำกองทัพก๊กมินตั๋งที่มีนายพลหลีหมี่เป็นผู้นำ ตั้งอยู่แถบชายแดนไทยพม่า ราวๆ ยุค 70 ((บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ)) […] ไปอ่านมาเพิ่มเติมมันมีช่วงที่นายพลหลีหมี่ไปตั้งทัพอยู่บริเวณรัฐฉานด้วย […] เห็นโลโก้ซองเฮโรอีนในหนังแล้วจำได้ว่าเป็นโลโก้ที่พี่เดื่องเอามาทำกระเป๋าแป้ง [Tote Bag // Double Thamanan Brand 100% แป้ง] […] แป้งมันทำไมเหรอ […] แป้งเป็นคำเรียกเฮโรอีนน่ะ มีรัฐมนตรีที่เคยถูกจับที่ออสเตรเลียจากคดีค้าเฮโรอีน แต่เขาออกมาปฏิเสธว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่เขาขนไปคือแป้ง

TRANSLATION

BACK TO TOP